เที่ยวบ้านรักไทย หมู่บ้านในชนบทอันห่างในประเทศไทย

เที่ยวบ้านรักไทย หมู่บ้านในชนบทอันห่างในประเทศไทย

บ้านรักไทยเป็นอีกหนึ่งที่ในประเทศไทยที่ฉันชอบ ฉันเคยเห็นรูปถ่ายของหมู่บ้านรักไทยที่สถานีขนส่งอำเภอปาย ในรูปเป็นบ้านรูปทรงสไตล์จีนตั้งอยู่บนเนินเขา ล้อมรอบด้วยไร่ชาเขียว บ้านเรือนประดับประดาด้วยโคมไฟจีนสีแดง

สิ่งที่เห็นในรูปดึงดูดฉันในทันที แต่ฉันไม่รู้ว่าสถานที่ในรูปคือที่ไหนและต้องเดินทางไปอย่างไร ฉันจึงตัดสินใจที่จะกลับมาอีกครั้งในปีหน้า

ตัดภาพกลับมา

รูปบ้านรักไทยที่ผมเห็นที่สถานีขนส่งปาย
รูปบ้านรักไทยที่ผมเห็นที่สถานีขนส่งปาย

ฉันวางแผนเที่ยวไปรอบๆแม่ฮ่องสอนและรวมบ้านรักไทยไว้ในแผนการเดินทางด้วยการเดินทางครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งการเดินทางที่ดีที่สุดของฉัน คุณไจะด้เห็นภาคเหนือของประเทศไทยในมุมที่มีเพียงนักท่องเที่ยวเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่มีโอกาสได้เห็น อีกครั้งถ้าเดินทางในหน้าหนาว คุณจะไม่มีทางลืมความรู้สึกเวลาลมเย็นๆปะทะหน้าหลังจากต้องผ่านหน้าร้อนอันแสนยาวนานของไทยไปได้เลย

ในขณะที่ฉันแนะนำให้ทุกคนไปเที่ยวบ้านรักไทย แต่ฉันขอบอกไว้ก่อนเลยว่าหมู่บ้านนี้เข้าถึงได้ค่อนข้างยาก ซึ่งฉันคิดว่านั่นเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้การเดินทางนี้พิเศษ จำนวนนักท่องเที่ยวน้อยแปลว่าหมู่บ้านยังคงความเป็นธรรมชาติเอาไว้ได้ และถือเป็นสวรรค์สำหรับหน้าหนาวเลยทีเดียว

และนี่คือสิ่งที่ควรรู้หากคุณต้องการเดินทางไปบ้านรักไทย

บ้านรักไทย แต่เช้า
บ้านรักไทย แต่เช้า

Table of Contents

บ้านรักไทยตั้งอยู่ที่ไหน

บ้านรักไทยหรือ “แม่อาว” ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือสุดของไทยและทางตอนเหนือของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ห่างจากชายแดนไทย-พม่าประมาณ 44 กิโลเมตร ระยะทางห่างจากอำเภอปาย 118 กิโลเมตร และห่างจากจังหวัดเชียงใหม่ 246 กิโลเมตร

บ้านรักไทยอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,800 เมตร ดังนั้นอากาสในช่วงฤดูหนาวจึงหนาวเย็น อุณหภูมิต่ำสุดสามารถลดลงถึง 3-4องศาเซลเซียส

ในกูเกิ้ลแมพจะมีบ้านรักไทยอีกแห่งหนึ่งที่มีตำแหน่งอยู่ในจังหวัดพิษณุโลก (ภาคกลางของไทย) ซึ่งเป็นสิ่งที่แผนที่แสดงผิดพลาดและไม่มีหมู่บ้านนั้นในจังหวัดพิษณุโลกแต่อย่างใด จึงอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดขึ้นได้

การเดินทางไปยังบ้านรักไทย

บ้านรักไทยนั้นอยุ่ห่างไกล จึงไม่มีรถไฟ, รถประจำทาง, รถตู้โดยสาร หรือเครื่องบินเข้าถึง เพราะฉะนั้นคุณต้องมีความพยายามอย่างมากในการเดินทางไป และนี่คือวิธีการการเดินทางไปบ้านรักไทย

บริการการท่องเที่ยวไปกลับแบบหนึ่งวันหรือแท็กซี่ท้องถิ่น:

หากคุณไม่อยากอยู่ที่บ้านรักไทยมากกว่าหนึ่งวัน คุณสามารถใช้บริการการท่องเที่ยวไป-กลับแบบหนึ่งวันเพื่อเดินทางไปบ้านรักไทย มีผู้ให้บริการทัวร์หลายรายให้บริการนี้ในเมืองแม่ฮ่องสอนหรือเมืองปาย ถ้าหากคุณมากับครอบครัว ฉันแนะนำให้คุณจองรถเหมาคันเพื่อที่จะสามารถวางแผนการเดินทางได้เองและใช้เวลาในหมู่บ้านได้อย่างเต็มที่

โชคไม่ดีนักที่ไม่มีบริการจองทัวร์ทางออนไลน์ คุณต้องไปติดต่อที่บริษัททัวร์ท้องถิ่นและต่อรองราคาในเมืองที่กล่าวไปข้างต้น เวลาหนึ่งวันก็เพียงพอสำหรับการท่องเที่ยวสำรวจหมู่บ้าน

หรือหากว่าคุณต้องการพักผ่อนในหมู่บ้าน 2-3 คืน คุณสามารถจ้างรถแท็กซี่ท้องถิ่นเพื่อไปยังหมู่บ้านได้ตลอด โดยส่วนใหญ่คนขับแท็กซี่จะคิดเงินค่าโดยสารเป็นรอบไป-กลับถึงแม้ว่าคุณจะไปอย่างเดียวก็ตาม โดยให้เหตุผลว่าเขาไม่สามารถรับผู้โดยสารตอนขากลับได้ การเดินทางกินเวลามากกว่าหนึ่งชั่วโมงจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ฉันคิดว่าค่าแท็กซี่ขาเดียวไม่ราคาควรเกิน 600 บาท

ในแม่ฮ่องสอน? ดูแผนการท่องเที่ยวในแม่ฮ่องสอนว่าเราควรไปเที่ยวที่ไหนได้บ้าง

รถสองแถวจากแม่ฮ่องสอนไปบ้านรักไทย:

รถสองแถวจะออกจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนวันละสองรอบ เวลา 8:00 น. และ 11:15 น. ตรงด้านหน้าตลาดแม่ฮ่องสอนใกล้กับวัดห้วยวังเวียง นี่เเป็นอีกวิธีที่ดีวิธีหนึ่งในหารไปบ้านรักไทยหากคุณเดินทางคนเดียวหรือไม่อยากขับรถคนเดียว

ฉันแนะนำให้คุณตรวจสอบกับทางโรงแรงที่คุณพักอีกครั้งก่อนเดินทางเกี่ยวกับเวลาให้บริการของรถสองแถว และคุณควรมาถึงจุดขึ้นรถก่อนเวลาเพื่อจะสามารถเลือกที่นั่งได้ ค่าบริการอยู่ที่ 120 บาทต่อเที่ยว

ขับรถส่วนตัวไปบ้านรักไทย:

คุณสามารถเช่ารถมอเตอร์ไซต์หรือรถยนต์ส่วนตัวในตัวเมืองแม่ฮ่องสอนหรือปายเพื่อขับไปที่บ้านรักไทยเอง เราเริ่มขับจากเชียงใหม่และแวะเที่ยวหลายจุดระหว่างทาง แต่ฉันต้องเตือนไว้ก่อนว่าถนนระหว่างทางนั้นค่อนข้างอันตรายหากคุณไม่ชำนาญทาง

ตลอดทางมีทางโค้งจำนวนนับไม่ถ้วน มีโค้งรัศมีน้อยมากมายจนขนาดคนขับรถที่ชำนาญยังต้องเกร็ง ดังนั้นไม่ควรขับรถไปเองนอกจากคุณมีประสบการณ์และเชี่ยวชาญในการขับรถขึ้นเขา พยายามขับช้าๆและตามหลังรถคันหน้าหากคุณไม่มั่นใจ

เส้นทางระหว่างทางการขับรถนั้นสวยงาม คุณสามารถแวะชมพระตำหนักปางตอง, ทะเลสาปปางอุ๋ง, ถ้ำปลา และสถานที่อื่นๆระหว่างทางได้หากคุณขับรถไปเอง

การเช่ารถมอเตอร์ไซต์ในเมืองแม่ฮ่องสอนขนาดตั้งแต่ 125ซีซีเป็นต้นไปค่าเช่าอยู่ที่ประมาณ 200 บาท ในปายค่าเช่าประมาณ 150 บาท และในเชียงใหม่ค่าเช่าประมาณ 250 บาท ค่าเช่ารถยนต์มีราคาตั้งแต่ 900 บาทต่อวันเป็นต้นไปขึ้นอยู่กับชนิดและยี่ห้อรถยนต์ คุณสามารถหาร้านเช่ารถได้ในตัวเมือง

แม่ฮ่องสอนถึงบ้านรักไทย
แม่ฮ่องสอนถึงบ้านรักไทย
ทางเข้าบ้านรักไทย
ทางเข้าบ้านรักไทย

การเดินทางในหมู่บ้านรักไทย

คุณจะไม่มีปัญหาเรื่องการเดินทางในหมู่บ้านหากคุณมีรถยนต์หรือมอเตอร์ไซต์ส่วนตัว แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นสิ่งจำเป็นมากนัก หมู่บ้านรักไทยนั้นมีขนาดเล็กพอที่คุณสามารถเดินไปรอบๆหมู่บ้านได้ ความจริงแล้วการเดินคือวิธีที่ดีที่สุดด้วยซ้ำ

เดินเที่ยวทะเลสาปใจกลางหมู่บ้านและแวะตามร้านอาหารเพื่อที่จะได้ลองทานอาหารท้องถิ่นและพูดคุยกับชาวบ้าน มีเพียงไม่กี่ที่เท่านั้นที่ห่างจากหมู่บ้านออกไปไม่กี่กิโลเมตร แต่คุณก็สามารถใช้เวลาช่วงเช้าหรือช่วงเย็นเดินไปได้อย่างสบายๆ

หมู่บ้านรักไทย
หมู่บ้านรักไทย
แผนที่หมู่บ้าน
แผนที่หมู่บ้าน

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการไปบ้านรักไทย

แน่นอนว่าหน้าหนาวเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการไปบ้านรักไทย หากคุณอยู่ที่เมืองไทยได้สักพักและต้องการสัมผัสอากาศเย็นๆ ที่นี่เป็นที่ที่คุณไม่คววรพลาด อุณหภูมิในช่วงปลายเดือนธันวาคมต่ำสุดประมาณ 3-4 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิตลอดหน้าหนาวจะต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส

ยิ่งไปกว่านั้น วิวทะเลหมอกที่ลอยอยู่เหนือทะเลสาปในช่วงเช้ามืดยังสวยเหนือคำบรรยาย อย่าลืมเตรียมเสื้อผ้าอุ่นๆสำหรับวันที่อากาศหนาวไปด้วย วันอื่นๆนอกจากนั้นแค่สวมเพียงเสื้อแขนยาวก็เพียงพอ

ช่วงหน้าฝนก็เป็นอีกช่วงเวลาที่ดี แต่สภาพถนนหนทางที่จะไปถึงบ้านรักไทยและบริเวณรอบๆนั้นค่อนข้างแย่ ฉันไม่แนะนำให้ขับรถตอนถนนเปียก อีกทั้งฝนที่ตกมากเกินไปทำให้การเดินทางท่องเที่ยวในหมู่บ้านนั้นไม่สะดวก

ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางในหน้าร้อน ฉันคิดว่าคุณจะไม่สามารถสัมผัสได้ถึงความงามอันแท้จริงของที่นี่ได้ในช่วงเวลานี้ อีกทั้งคุณอาจเจอไฟป่าที่เกิดขึ้นได้ค่อนข้างบ่อยในภาคเหนือของไทยในฤดูร้อนอีกด้วย ฉันจึงไม่อยากแนะนำตัวเลือกนี้

เดินเล่นตอนเช้า
เดินเล่นตอนเช้า
วิวของหมู่บ้าน
วิวของหมู่บ้าน

สิ่งที่ควรทำเมื่อคุณไปที่บ้านรักไทย

บ้านรักไทยนั้นถูกก่อตั้งโดยชาวบ้านที่อพยพมาจากจังหวัดยูนานของประเทศจีน ชาวบ้านรุ่นแรกนั้นเคยเป็นนักต่อสู้ชาตินิยมที่ต้องหลบหนีออกจากประเทศในช่วงคอมมิวนิสต์ในจีนรุ่งเรือง ต่อมารัฐบาลไทยได้อนุญาตให้ตั้งรกรากที่ไทยได้และให้ช่วยเดินลาดตระเวณเขตชายแดนด้วย รุ่นลูกหลานต่อๆมาได้ปรับตัวเข้ากับวิถีชีวิตแบบไทยและชาวบ้านส่วนมากพูดภาษาไทยได้

ชื่อของหมู่บ้านนั้นแปลว่าหมู่บ้านที่รักประเทศไทยเพราะฉะนั้นจึงเป็นสิ่งที่น่าแปลกใจที่ได้เห็นวัฒนธรรมที่ต่างจากวัฒนธรรมไทยที่นี่

บ้านรักไทยไม่ได้มีกิจกรรมให้คุณทำหลากหลายมากนัก และนั่นคือเสน่ห์ของมัน หากคุณคุ้นเคยกับการอัดกิจกรรมร้อยแปดอย่างลงในหนึ่งวัน (เหมือนฉัน) นี่คือการเปลี่ยนแปลงที่ดี ถึงอย่างนั้นคุณก็พอจะสามารถหาอะไรทำเพลินๆในแต่ละวันได้

การตกแต่งที่ได้รับแรงบันดาลใจจากคติชนในท้องถิ่น
การตกแต่งที่ได้รับแรงบันดาลใจจากคติชนในท้องถิ่น

การพายเรือในทะเลสาป

อาจฟังดูค่อนข้างซ้ำซากแต่คุณไม่ควรพลาดกิจกรรมนี้ มองเผินๆ มันอาจฟังดูเหมือนเป็นกิจกรรมทั่วๆไป แต่คุณอาจเปลี่ยนใจเมื่อคุณได้เห็นเรือที่ชาวบ้านตกแต่งแบบจีน ประดับด้วยโคมไฟสีแดง

มันจะยิ่งดูสวยงามเป็นพิเศษในช่วงเช้า เมื่อคุณนั่งอยู่กลางทะเลสาปและล้อมรอบด้วยหมอก ที่จริงแล้ว หมอกนั้นจะปกคลุมทั้งหมู่บ้านจนกระทั่งพระอาทิตย์ขึ้นเลยทีเดียว

เรือเริ่มให้บริการตั้งแต่ 7:30 น. ในช่วงเช้าจะถึงพระอาทิตย์ตก คุณต้องสอบถามพนักงานที่ร้าน ลี ไวน์ คาเฟ่ สำหรับรายละเอียด ค่าเช่าเรืออยู่ที่ 350 บาทต่อลำ สำหรับ 40 นาที

พายเรือในทะเลสาบบ้านรักไทย
พายเรือในทะเลสาบบ้านรักไทย

เที่ยวชมไร่ชาในลีไวน์รีสอร์ท

คุณอาจเคยเห็นภาพเหล่านี้ของบ้านรักไทยมาแล้ว อันที่จริงแล้วนั่นคือรูปที่ถูกใช้เพื่อโฆษณาหมู่บ้านบนอินเตอร์เน็ตนั่นเอง รูปเหล่านั้นที่จริงแล้วมาจากลีไวน์รีสอร์ทและบ้านเหล่านั้นก็คือห้องพักของรีสอร์ท

ที่นี่เป็นรีสอร์ทเล็กๆที่ตั้งอยู่ติดกับหุบเขา ทางเข้ารีสอร์ทจะมีเสาที่ประดับด้วยโคมไฟจีนสีแดงตั้งเรียงรายอยู่สองข้างทาง เมื่อคุณเดินขึ้นมาด้านบน คุณจะสามารถเห็นทิวทัศน์ของหมู่บ้านที่มีทะเทสาปอยู่ตรงใจกลาง ฉันต้องบอกว่าวิวที่นี่นั้นสวยงามมาก แต่ฉันชอบที่จะพักอยู่ใกล้น้ำมากกว่า

เราสามารถเข้าชมรีสอร์ทได้ฟรีระหว่าง 10:00น. ถึง 5:00 น. ที่นี่จะสวยจนน่าอรรศจรรย์เมื่อทั้งรีสอร์ทถูกปกคลุมด้วยทะเลหมอก หากคุณอยากพักที่นี่แล้วละก็ ขอให้อ่านจนจบ

วิวจากลีไวน์รีสอร์ท
วิวจากลีไวน์รีสอร์ท
ห้องพักของโรงแรมลีไวน์รีสอร์ทและสวนชา
ห้องพักของโรงแรมลีไวน์รีสอร์ทและสวนชา

สำรวจชายแดนพม่า หมอกจำแป่

ชายแดนพม่าอยูาห่างออกไปเพียง 2 กิโลเมตรนับจากจุดศูนย์กลางของหมู่บ้าน ที่จริงแล้วมีถนนหลายเส้นจากหมู่บ้านไปสู่ชายแดนได้ แต่ถนนส่วนมากนั้นเป็นถนนลูกรังและต้องผ่านป่าเขา ถนนที่สามารถใช้รถสัญจรไปมาได้สะดวกนั้นจะนำเราไปสู่บ้านหมอกจำแป่

ตรงชายแดน คุณจะเห็นตำรวจที่ประจำอยู่ที่จุดตรวจด่านเดินลาดตระเวณอยู่ยริเวณนั้น ฉันคิดว่าคุณน่าจะสามารถข้ามไปเยี่ยมชมวัดและพิพิธภัณฑ์อีกฝั่งได้ แต่คุณไม่สามารถเข้าไปลึกกว่านั้นได้ ระยะทางถือว่าค่อนข้างไกลหากจะเดินไป แต่ถือว่าเป็นการเดินออกกำลังกายที่ดีในช่วงเช้าหรือช่วงเย็น คุณจะไม่เห็นผู้คนผ่านไปมาระหว่างทางมากนักและค่อนข้างเปลี่ยวหลังพระอาทิตย์ตก

ประตูชายแดนพม่า
ประตูชายแดนพม่า

กินอาหารท้องถิ่นของชาวยูนาน

ชาวยูนานที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานรุ่นแรกๆได้นำวัฒนธรรมการกินเข้ามาด้วย และได้ถ่ายทอดสู่ลูกหลานรุ่นต่อมา แต่เนื่องจากอยู่ในประเทศไทยดังนั้นรสชาติจึงถูกดัดแปลงเป็นแบบไทย คุณสามารถพบเจออาหารเหล่านี้ได้จากทั้งยูนานและไทย ฉันชื่นชอบซาลาเปามากเป็นพิเศษซึ่งคุณสามารถซื้อได้ในราคาลูกละ 15 บาท ทั้งแบบนึ่งและแบบทอด

อาหารชื่อดังอีกอย่างที่คุณไม่ควรพลาดคือซี่โครงหมูพะโล้เครื่องยาจีน และผัดหมูสามชั้น เราลองทานก๋วยเตี๋ยวผัดและซุปไข่ด้วย นอกจากนี้ฉันยังเห็นว่ามีบางร้านที่ขายแซนวิชแฮมและก๋วยเตี๋ยวแบบปกติด้วย

ร้านอาหารลีไวน์ยูนานเป็นร้านอาหารที่ดูหรูหราและมีอาหารอร่อยร้านหนึ่งด้วยเมนูที่หลากหลายและวิวสุดอลังการ แต่ที่ร้านจะค่อนข้างมีลูกค้าแน่นตลอดเวลา ดังนั้นบรรยากาศในร้านบางครั้งอาจไม่ค่อยอบอุ่นและดูไม่ค่อยสนใจลูกค้า คุณอาจมุ่งหน้าไปทานตามร้านของชาวบ้านรอบๆทะเลสาปที่ทางร้านมีเวลาและเต็มใจที่จะพูดคุยกับลูกค้าได้เช่นกัน

รับประทานอาหารที่ร้านอาหารท้องถิ่น
รับประทานอาหารที่ร้านอาหารท้องถิ่น
ร้านอาหารริมทะเลสาบ
ร้านอาหารริมทะเลสาบ
ร้านอาหารลีไวน์
ร้านอาหารลีไวน์

เดินขึ้นเขาไปชมวิวบนที่ตั้งแคมป์

ในบริเวณหมู่บ้านมีบริเวณให้ตั้งแคมป์ได้แต่ไม่ได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวไป-กลับรายวัน การไปถึงนั้นก็เพียงแค่เดินขึ้นไปตามถนนเส้นที่ตัดกับเส้นที่มีร้านอาหารลีไวน์ คุณจะเห็นป้ายตั้งอยู่ทางด้านขวามือ จากนั้นเดินขึ้นไปตามทางดิน (ทางค่อนข้างชัน) และคุณจะมาถึงลานโล่ง

ที่นี่เป็นอีกหนึ่งที่ที่คุณควรจะมาถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้มาตั้งแคมป์ก็ตาม ถ้าเป็นไปได้ควรจะไปตอนเช้าแล้วคุณจะได้เห็นวิวของทั้งหุบเขาที่สวยจนทำให้คุณแทบลืมหายใจ อากาศบนนี้ค่อนข้างเย็น อากาศดี คุณสามารถมองเห็นทะเลหมอกที่ค่อยๆลอยขึ้นจากทะเลสาปขึ้นปกคลุมทั้งหมู่บ้านได้

ด้านบนยังมีร้านค้าเล็กๆขายกาแฟและเครื่องดื่มที่เปิดระหว่างวัน แต่ไม่เปิดช่วงเช้าตรู่ ฉันอยากมาตั้งแคมป์ที่นี่แต่คุณจะต้องเตรียมอุปกรณ์มาเอง

แคมป์บ้านรักไทย
แคมป์บ้านรักไทย
วิวเช้าของบ้านรักไทยจากที่ตั้งแคมป์
วิวเช้าของบ้านรักไทยจากที่ตั้งแคมป์

ลองทานชาหอมท้องถิ่นและผลไม้แห้ง

สถานที่ตั้งและระดับความสูงของหมู่บ้านนั้นเอื้อสำหรับการปลูกชา ถึงแม้ว่าฉันจะไม่ได้ชำนาญเรื่องชา แต่ฉันรู้ว่าชาที่ฉันดื่มนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นหอมอกไม้ ฉันซื้อกลับบ้านหลายห่อเลยทีเดียว ร้านส่วนมากในหมู่บ้านจะมีชานี้ขายและคุณสามารถลองดื่มก่อนตัดสินใจซื้อได้ ที่จริงแล้วร้านอาหารทุกร้านเสิร์ฟชาเหล่านี้ฟรีเมื่อคุณไปทานอาหารที่ร้าน

นอกจากนี้ร้านส่วนมากก็ยังมีผลไม้เชื่อมแห้งขายอีกด้วย คุณจะเห็นผลไม้เหล่านี้บรรจุอยู่ในโหลขนาดใหญ่วางอยู่ตรงกลางร้าน มีทั้งมะม่วงแห้ง, ฝรั่งแห้ง, ลูกแพร์แห้ง, บ๊วยแห้งหลากหลายชนิด, เมล็ดปาล์มแห้ง, แอปเปิ้ลแห้ง, หรือแม้กระทั่งผลไม้บางอย่างที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน

ราคาผลไม้แห้งก็ไม่แพง คุณสามารถลองชิมก่อน แล้วจากนั้นคุณจะซื้อในปริมาณเท่าไหร่ก็ได้ เพียงแค่คุณต้องระวังเวลาแพ็คของเหล่านี้ลงกระเป๋าระหว่างเดินทางกลับบ้านไม่ให้ถุงรั่วจนน้ำเชื่อมหกเลอะเทอะเสื้อผ้าในกระเป๋า

ร้านค้าและร้านอาหาร
ร้านค้าและร้านอาหาร
เคาน์เตอร์ชิมชาน่ารัก ๆ ในบ้านรักไทย
เคาน์เตอร์ชิมชาน่ารัก ๆ ในบ้านรักไทย
ชาฟรีทุกมื้อ
ชาฟรีทุกมื้อ
ผลไม้แห้งจุ่มในน้ำเชื่อม
ผลไม้แห้งจุ่มในน้ำเชื่อม
ไวน์ท้องถิ่นที่ร้าน Lee Wine
ไวน์ท้องถิ่นที่ร้าน Lee Wine

เดินเล่นที่ถนนคนเดิน

ฉันไม่อยากจะเชื่อสายตาเลยว่ากระทั่งหมู่บ้านเล็กๆแบบนี้ยังมีถนนคนเดิน ถนนคนเดินจะอยู่ตรงข้ามกับลีไวน์รีสอร์ทและร้านอาหารลีไวน์ติดกับทะเลสาป

ความจริงถนนคนเดินนั้นมีเพียงร้านค้าจำนวนหนึ่งที่มาตั้งเรียงกัน ร้านส่วนมากขายชา, กาน้ำชา, ผลไม้แห้ง, สมุนไพรจีน มีร้านอาหารอยู่ 2-3 ร้าน พวกเรามาเดินที่นี่เพื่อมาหาอาหารเจทานและก็ได้ทานก๋วยเตี๋ยวแบบไทย อร่อยๆและราคาถูกมาก!

ถนนคนเดินเขื่อนในหมอก
ถนนคนเดินเขื่อนในหมอก
ถนนคนเดินเขื่อนในหมอก
วิวจากถนนคนเดิน
วิวจากถนนคนเดิน

ที่พักที่บ้านรักไทย

น่าประหลาดใจที่บ้านรักไทยมีที่พักอยู่หลายที่ ชาวบ้านหลายครอบครัวได้ดัดแปลงบ้านให้เป็นโฮมสเตย์เนื่องจากหมู่บ้านได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว

แต่ข่าวร้ายคือคุณแทบจะไม่สามารถหาที่พักเหล่านี้ได้บนอินเตอร์เน็ต ถ้าคุณมองหาที่พักที่ดูหรูหราและประสบการณ์ที่แตกต่าง คุณสามารถจองห้องพักได้กับทางลีไวน์รีสอร์ท แต่บางครั้งทางรีสอร์ทก็ไม่รับจองห้องพักในช่วงที่ไม่ใช่ฤดูท่องเที่ยว ทางรีสอร์ทมีลีไวน์เฟชบุ๊คแฟนเพจให้คุณติดตามได้

พวกเราจองที่พักที่หนึ่ง (ต้าเหล่าซือรีสอร์ท) อยู่ติดกับทะเลสาป ด้านหน้าหันหน้าเข้าหาทะเลสาป ซึ่งฉันคิดว่ามันเป็นสิ่งที่สุดยอดมาก ที่รีสอร์ทมีห้องพักสามประเภท ช่วงราคาอยู่ระหว่าง 500-2,600 บาท แต่ไม่ว่าคุณจะเลือกห้องพักแบบไหน ห้องพักทุกห้องก็ยังเป็นห้องแบบธรรมดา มีเพียงห้องราคาแพงที่สุดเท่านั้นที่มีเครื่องอาบน้ำอุ่น นอกจากนี้ทางรีสอร์ทยังมีบริเวณให้ตั้งแคมป์ได้ด้วย สามารถติดต่อได้ที่แฟสบุ๊คแฟนเพจของรีสอร์ท

โรงแรมริมทะเลสาบของเราในบ้านรักไทย
โรงแรมริมทะเลสาบของเราในบ้านรักไทย
ตั้งแคมป์ติดกับทะเลสาบ
ตั้งแคมป์ติดกับทะเลสาบ

ถ้าหากว่าคุณอยู่ที่หมูบ้านและกำลังมองหาที่พัก คุณก็เพียงแค่ลองเข้าไปสอบถามตามบ้านต่างๆ ราคาห้องปกติจะอยู่ที่ประมาณ 500 บาท บางหลังอาจไม่มีไวไฟ แต่ที่บ้านรักไทยเองนั้นไม่มีปัญหาเรื่องสัญญานโทรศัพท์อยู่แล้ว

นี่คือที่พักอื่นๆที่คุณสามารถเข้าไปเชคได้บนเฟสบุ๊ค

วอลเล่ย์เฮ้าส์ บ้านรักไทย, นงนุชรีสอร์ท, ปิงปิงเกสต์เฮาส์

นงนุชรีสอร์ท
นงนุชรีสอร์ท

สิ่งอำนวยความสะดวกที่บ้านรักไทย

ที่นี่เป็นหมู่บ้านเดียวในไทยที่ฉันไปเที่ยวและไม่มีเซเว่นอีเลเว่นในหมู่บ้าน แต่ในหมู่บ้านมีร้านขายของชำที่ขายข้าวของเครื่องใช้ทั่วไปเช่นน้ำดื่ม, ขนมทานเล่น, และอุปกรณ์ทำความสะอาดต่างๆ ฉันแนะนำว่าให้คุณเตรียมสิ่งของที่จำเป็นหรือสิ่งที่คุณคิดว่าอาจต้องใช้ไปให้พร้อมก่อนเดินทางไปที่นั่น

สัญญานโทรศัพท์ภายในหมู่บ้านนั้นไม่มีปัญหา (มีสัญญาน 4G) คุณสามารถทำงานจากที่นี่ได้โดยไม่มีสะดุด

ที่หมู่บ้านมีปั๊มน้ำมันแบบบริการตัวเองเล็กๆอยู่ ราคาน้ำมันค่อนข้างแพงว่าที่อื่นแต่ฉันคิดว่าคุณคงเดาเหตุผลได้ว่าเป็นเพราะอะไร

อีกอย่างคือคุณไม่ควรคาดหวังเรื่อง ATM หรือตู้กดเงินสดในหมู่บ้าน ฉันยังไม่เคยเห็นเลยสักเครื่องเดียว (แต่ฉันมั่นใจว่าที่หมู่บ้านมี) และแน่นอนว่าไม่มีธนาคารตั้งอยู่ในหมู่บ้าน เพราะฉะนั้นพกเงินสดไปให้พอ

ปั๊มน้ำมันบ้านรักไทย
ปั๊มน้ำมันบ้านรักไทย

บทความที่เกี่ยวข้อง

No Comments

Post A Comment