สิ่งที่ห้ามพลาดเมื่อคุณมาจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประเทศไทย

สิ่งที่ห้ามพลาดเมื่อคุณมาจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประเทศไทย

Spread the love

ฉันเคยบรรยายให้ฟังหลายครั้งในบล็อคอื่นๆที่ที่ฉันเขียนว่าฉันชอบภูเขามากแค่ไหน ชีวิตมักมีวิธีเล่นตลกกับเราเสมอ ฉันมาอาศัยอยู่ที่เมืองไทยได้สักระยะหนึ่งแล้วและเมืองไทยนั้นเป็นที่รู้จักดีไปทั่วโลกในเรื่องมีหาดทรายที่สวยงามมากมาย

แต่ยิ่งอยู่ที่เมืองไทยนานมากขึ้นเท่าไร ยิ่งทำให้ฉันอยากเห็นสภาพภูมิประเทศที่ต่างออกไป เพราะฉะนั้นหลังจากได้นั่งชื่นชมรูปบนอินเอตร์เน็ตมาสักพัก เราจึงเริ่มออกสำรวจดินแดนทางภาคเหนือของไทย ฉันเคยไปเที่ยวเชียงใหม่, เชียงราย, น่าน, ปาย ในทริปอื่นๆมาบ้างแล้ว และฉันอยากหาเหตุผลที่จะทำให้ฉันได้กลับไปที่นั่นอีก

ดังนั้นฉันจึงตัดสินใจที่จะเดินทางลึกขึ้นไปทางเหนือมากขึ้น แม่ฮ่องสอนเป็นจังหวัดเหนือสุดของไทยที่มีชายแดนติดกับประเทศพม่า พูดตามตรงข้อมูลของแม่ฮ่องสอนนั้นหายากมาก มีนักท่องเที่ยวไม่มากที่เที่ยวขึ้นไปสูงขนาดนั้น นอกเหนือไปกว่านั้นก็เป็นเพราะวิกฤตโควิดที่ส่งผลกระทบกับการท่องเที่ยวของไทยด้วย

ในหัวฉันรู้แค่ว่า การเดินทางครั้งนี้จะต้องพิเศษสุดแน่นอน

ตัวเมืองแม่ฮ่องสอน
ตัวเมืองแม่ฮ่องสอน

เดินทางไปแม่ฮ่องสอนทำไม

ถ้าคุณพอจะคุ้นเคยกับการเที่ยวในภาคเหนือของไทยมาบ้าง คุณจะไม่ค่อยรู้สึกถึงความแตกต่างของวัฒนธรรมและผู้คนในแม่ฮ่องสอน อย่างไรก็ดี ยิ่งเดินทางเข้าใกล้แม่ฮ่องสอนเท่าไร ฉันก็ยิ่งสังเกตุเห็นถึงความแตกต่างของบ้านเรือน, สิ่งปลูกสร้าง และวัดวาอารามในละแวกนั้นที่มีวัฒนธรรมของพม่าผสมผสานอยู่

แม่ฮ่องสอนนั้นก็มีลักษณะคล้ายๆกับเมืองเล็กๆหลายๆเมืองของไทย แต่ตัวอำเภอเมืองนั้นมีขนาดเล็กกว่าตัวอำเภอเมืองของหลายๆจังหวัดที่ฉันเคยเห็นมาก ซึ่งนั่นทำยิ่งให้การเที่ยวเป็นส่วนตัวมากขึ้น อากาศที่นี่ก็ดี แต่ส่วนที่มหัศจรรย์ที่สุดคือการขับรถไปยังแม่ฮ่องสอน

การขับรถจากเชียงใหม่หรือปายนั้นเต็มไปด้วยสีเขียวสดชื่นของทุ่งข้าว และมีจุดชมวิวอยู่นับไม่ถ้วน เราแวะจุดชมวิวหลายที่มากระหว่างทาง เพียงเพราะอยากชมวิวสวยๆ, สูดอากาศที่สดชื่น และแน่นอนว่าเพื่อเก็บภาพสวยๆไว้ชื่นชม

วัดที่ได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมพม่า
วัดที่ได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมพม่า
ทิวทัศน์ของหุบเขาจากปายถึงแม่ฮ่องสอน
ทิวทัศน์ของหุบเขาจากปายถึงแม่ฮ่องสอน

เส้นทางวงแหวนแม่ฮ่องสอน

นักท่องเที่ยวทุกคนอยากไปขับรถที่แม่ฮ่องสอน หรือที่เป็นที่รู้จักกันในนามเส้นทางวงแหวนแม่ฮ่องสอนเส้นทางนี้เริ่มต้นที่เชียงใหม่, มุ่งไปปาย, แวะตามจุดท่องเที่ยวชื่อดังระหว่างทางก่อนถึงแม่ฮ่องสอน จากนั้นตรงไปยังแม่สะเรียง และย้อนกลับไปที่เชียงใหม่หลังจากแวะที่ดอยอินทนนท์

การขับรถเส้นทางนี้นั้นสวยงามมากๆ คุณจะได้ขับรถผ่านป่าทึบของไทย, เมืองและชุมชนเล็กๆในชนบท, โครงการหลวง, ภูเขาเขตร้อนที่ยาวต่อกันหลายกิโลเมตร และแน่นอน น้ำตกและถ้ำจำนวนนับไม่ถ้วนด้วย

แม่ฮ่องสอนห่วงจากขุนยวม
แม่ฮ่องสอนห่วงจากขุนยวม
แม่ฮ่องสอนจากแม่สะเรียง
แม่ฮ่องสอนจากแม่สะเรียง

เดินทางไปแม่ฮ่องสอนอย่างไร

คุณสามารถเดินทางไปแม่ฮ่องสอนได้ด้วยวิธีการต่อไปนี้:

ทางอากาศ: คุณสามารถนั่งเครื่องบินไปลงที่สนามบินแม่ฮ่องสอน (HGN) ได้หากคุณไม่อยากนั่งรถเป็นระยะเวลานานๆ มีเที่ยวบินจากกรุงเทพไปแม่ฮ่องสอนให้บริการอย่างน้อยหนึ่งเที่ยวบินต่อวัน แต่ราคาค่าตั๋วเครื่องบินอาจจะไม่ถูกเท่าตั๋วเครื่องบินไปเชียงใหม่และภูเก็ต

ท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอนตั้งอยู่ใจกลางจังหวัด คุณสามารถหาโรงแรมหรือที่พักได้ด้านนอกสนามบิน ระยะทางจากสนามบินก็ไม่ไกล มีรถแท็กซี่ให้บริการอยู่ด้านนอกสนามบิน

มุมมองทางอากาศของสนามบินแม่ฮ่องสอน
มุมมองทางอากาศของสนามบินแม่ฮ่องสอน

รถโดยสาร/รถตู้โดยสารประจำทาง: มีรถโดยสารวิ่งตรงจากกรุงเทพไปยังแม่ฮ่องสอนให้บริการ และมีรถโดยสารวิ่งจากจังหวัดอื่นในภาคเหนือเช่นเชียงใหม่หรือปายด้วย การนั่งรถจากกรุงเทพไปแม่ฮ่องสอนนั้นใช้เวลานานมากถึง 16 ชั่วโมง ฉันจึงอยากแนะนำให้คุณแวะเที่ยวกลางทางที่เมืองสักเมืองในภาคเหนือเช่นเชียงใหม่หรือปายก่อนจะมุ่งหน้าต่อไปที่แม่ฮ่องสอน

ฉันไม่เคยเห็นว่ามีรถโดยสารขนาดใหญ่ให้บริการในเส้นทางนี้ที่วิ่งเลยไปไกลกว่าเชียงใหม่ ส่วนมากแล้วคุณต้องเปลี่ยนไปนั่งรถตู้โดยสารขนาดเล็กหรือรถโดยสารขนาดเล็กระหว่างทาง เส้นทางที่ถัดขึ้นไปจากเชียงใหม่นั้นเต็มไปด้วยทางโค้ง เพราะฉะนั้นอาจจะลำบากหน่อยสำหรับคนที่มักมีอาการเมารถ คุณไม่ควรทานอาหารมื้อใหญ่ก่อนขึ้นรถเป็นอันขาด

ค่าโดยสารของรถตู้โดยสารขนาดเล็กจากเชียงใหม่คือ 300 บาท ถือว่าเป็นวิธีที่ถูกที่สุดสำหรับการเดินทาง คุณสามารถจองตั๋วโดยสารได้ที่ busonlineticket.com หรือ 12go.asia.com

รถมินิแวนในพื้นที่
รถมินิแวนในพื้นที่

รถแท็กซี่: รถแท็กซี่จากเชียงใหม่หรือปายนั้นมีให้บริการตลอดเวลา การนั่งแท็กซี่นั้นเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีหากคุณเดินเป็นหมู่ขณะหรือเดินทางกับครอบครัว ตรวจสอบบริการของแท็กซี่ได้ตามเมืองที่กล่าวไปแล้วข้างต้น แต่อย่างไรก็ตามการเดินทางด้วยเครื่องบินนั้นถูกกว่าและสะดวกสะบายกว่ารถแท็กซี่

ค่าแท็กซี่จากเชียงใหม่ไปแม่ฮ่องสอนอยู่ที่ประมาณ 5,800 บาท หรือมากกว่านั้นต่อหนึ่งเที่ยว ระยะเวลาการเดินทางอาจนานถึง 5-6 ชั่วโมง ส่วนค่าแท็กซี่จากปายไปแม่ฮ่องสอนนั้นคุณต้องสอบถามที่ปายเนื่องจากรถแท็กซี่ส่วนมากคิดค่าบริการแบบรเหมารวมทั้งขาไปและขากลับเพราะคนขับแท็กซี่มักอ้างว่าไม่สามารถหาผู้โดยสารขากลับจากแม่ฮ่องสอนได้

ขับรถไปเอง: หากคุณขับรถเป็นและชำนาญการขับรถขึ้นภูเขา คุณสามารถเช่ารถมอเตอร์ไซต์หรือรถยนต์เพื่อขับไปเองได้ แต่ฉันอยากเน้นย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าระหว่างทางนั้นมีทางโค้งและทางโค้งรัศมีแคบนับไม่ถ้วน คุณต้องใช้ฝีมืออย่างมากในการขับรถ

คุณสามารถเช่ารถมอเตอร์ไซต์ในเชียงใหม่ในราคา 250 บาทต่อวัน หรือในปายราคา 150 บาทต่อวัน ถ้าคุณเป็นสิงห์นักบิดคุณอาจหาเช่ารถบิ๊กไบค์ได้ (ในเชียงใหม่) รถมอเตอร์ไซต์ประเภทนี้ไม่ค่อยเป็นที่นิยมใหม่หมู่คนไทย ดังนั้นจึงมีร้านให้เช่าจำนวนไม่มาก รถของคุณควรมีขนาดอย่างน้อย 125 ซีซีในการขับขี่บนเส้นทางนี้

ถ้าหากว่าคุณต้องการเช่ารถยนต์ คุณสามารถหาร้านให้เช่าได้ในตัวเมืองเชียงใหม่หรือที่สนามบินเชียงใหม่ รถยนต์เป็นตัวเลือกที่ดีมากหากคุณอยากแคมปิ้งระหว่างทาง (ไอเดียสุดยอด) ค่าเช่าเริ่มตั้งแต่ 1,000 บาทต่อวันหรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับประเภทรถ

สำหรับรายละเอียดการขับรถเองและประสบการณ์ที่เราได้จากการขับรถเที่ยวนั้น คุณสามารถตามไปอ่านได้ที่บล็อกการเดินทางเส้นทางวงแหวนแม่ฮ่องสอนของเราได้ คุณสามารถเช็คโปรโมชั่นดีๆของการจองผ่านทางออนไลน์ได้ที่ catmotors.net, kayak.com หรือ rentalcars.com

สกู๊ตเตอร์ของเราสำหรับการเดินทาง
สกู๊ตเตอร์ของเราสำหรับการเดินทาง
ประตูสู่ตัวเมืองแม่ฮ่องสอน
ประตูสู่ตัวเมืองแม่ฮ่องสอน

การเดินทางภายในแม่ฮ่องสอน

ภายในแม่ฮ่องสอนนั้นคุณจำเป็นต้องหารูปแบบการเดินทางแบบเฉพาะ เนื่องจากแม่ฮ่องสอนเป็นเมืองเล็กๆ จึงไม่มีรถโดยสารสาธารณะให้บริการ คุณอาจใช้บริการรถสองแถวเพื่อเดินทางไปยังจุดที่เป็นที่ท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่นอกเมือง

การเดินเท้า: แม่ฮ่องสอนเป็นเมืองเล็กๆ เพราะฉะนั้นหากคุณพักในตัวเมือง คุณสามารถเดินไปยังจุดท่องเที่ยวส่วนใหญ่ได้ ถึงภายในตัวเมืองก็ไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจมากนัก  แต่คุณก็สามารถใช้เวลาครึ่งวันหรือมากกว่านั้นเพื่อเดินชมวัดวาอาราม, ทะเลสาป, สวนสาธารณะของเมือง และไนท์มาร์เก็ต

ฉันอยากแนะนำให้คุณตื่นแต่เช้าและเดินไปที่ยังตลาดเช้าและวัดพระธาตุดอยกองมู คนแถบนี้ชอบไปวิ่งหรือชอบเดินออกกำลังภายในวัดนี้

รถมอเตอร์ไซต์:  เป็นอีกครั้งที่ทำให้เห็นว่าการขับรถมอเตอร์ไซต์เป็นวิธีการเดินทางที่เหมาะสมที่สุดในการเดินทางในเมืองและการเดินทางไปยังที่ต่างๆ มีที่เที่ยว 2-3 แห่งอยู่รอบๆตัวเมืองแม่ฮ่องสอนแต่ห่างออกไปจากตัวเมืองค่อนข้างไกลพอสมควร หากคุณยังไม่มีมอเตอร์ไซต์คุณสามารถหาเช่าภายในตัวเมืองเพื่อขับไปเที่ยวได้ตามใจคุณ

รถมอเตอร์ไซต์รับจ้าง / ตุ๊กตุ๊ก: คุณสามารถนั่งมอเตอร์ไซต์รับจ้างไปตามที่ต่างๆภายในตัวเมืองได้ ค่าโดยสารก็พอๆกับค่าโดยสารของเมืองอื่นๆ ตกอยู่ที่ประมาณ 10 บาทต่อกี่โลเมตร นอกจากนี้คุณยังสามารถหารถตุ๊กตุ๊กรับจ้างภายในเมืองเพื่อให้พาคุณไปเที่ยวตามที่ที่ไม่ไกลจากตัวเมืองมากได้

แท็กซี่: ถ้าหากคุณอยากเดินทางไปเที่ยวนอกตัวเมืองและไม่มีรถส่วนตัว การใช้บริการรถแท็กซี่นั้นถือว่าเป็นทางที่ดีที่สุด คุณสามารถให้รายชื่อสถานที่ที่คุณอยากไปกับคนขับ คนขับจะแนะนำว่าควรไปไหนก่อนหลังและพาคุณไป ภายในเมืองมีบริการแท็กซี่ท้องถิ่น ค่าบริการเหมาครึ่งวันราคา 1,200 บาท และเหมาเต็มวันราคาประมาณ 1,800 บาท ราคาอาจเพิ่มขึ้นมากกว่านี้ขึ้นอยู่กับเวลาและสถานที่ที่คุณต้องการไป

ในแม่ฮ่องสอนมีอะไรบ้าง

วัดพระธาตุดอยกองมู

ในขณะที่มีวัดหลายแห่งในตัวเมืองแม่ฮ่องสอน แต่ฉันอยากแนะนำให้คุณเลือกไปเฉพาะวัดที่สำคัญๆเท่านั้น วัดพระธาตุดอยกองมูถือเป็นวัดที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในแม่ฮ่องสอน ไม่เพียงแต่วัดจะมีความสำคัญทางศาสนาเท่านั้น แต่ตัววัดยังตั้งอยู่บนหน้าผาที่คุณสามารถมองเห็นตัวเมืองแม่ฮ่องสอนและหุบเขาที่ล้อมรอบจากมุมสูงได้

ตัววิหารนั้นเป็นการก่อสร้างแบบพม่า สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2403 เป็นที่บรรจุพระธาตุของพระโมคคัลลานะเถระ พระสงฆ์ที่เป็นที่เคารพศรัทธาและถือพระวินัยเคร่งครัดของทางพระพุทธศาสนา เจดีย์ขนาดเล็กนั้นเป็นที่บรรจุอัฏฐิของเจ้าเมืองคนแรกของแม่ฮ่องสอน

ภายในอาณาบริเวณของวัดนั้นสงบร่มเย็นและมีผู้คนแวะเวียนไปมาจำนวนไม่มาก ด้านหลังของเจดีย์องค์ใหญ่จะมีถนนที่พาขึ้นไปสู่วิหารขนาดเล็กที่มีพระพุทธรูปบางยืนตั้งอยู่ ที่วัดนี้คุณสามารถมองเห็นวิวของหุบเขาได้แบบ 360 องศา มีความสวยงามทั้งในช่วงพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก

ทางวัดเปิดให้เข้าได้ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตกโดยไม่ได้ระบุเวลาที่แน่นอนไว้ และไม่เสียค่าเข้า

ไปวัดพระธาตุดอยกองมูได้อย่างไร: คุณสามารถไปโดยรถมอเตอร์ไซต์หรือรถยนต์ มีถนนที่สามารถใช้สัญจรไปมาได้สะดวกไปจนถึงด้านบนสุดของวัด นอกจากนั้นคุณยังสามารถเดินไปยังวัดและเดินขึ้นบันไดไม่กี่ขั้นขึ้นไปยังด้านบนสุดของวัดได้ ถือเป็นการออกกำลังอีกอย่างหนึ่ง

มุมมองทางอากาศของตัวเมืองแม่ฮ่องสอน
มุมมองทางอากาศของตัวเมืองแม่ฮ่องสอน

วัดจองคำ

ตั้งอยู่ใจกลางของเมืองแม่ฮ่องสอน วัดจองคำนั้นเป็นวัดที่มีความสำคัญอีกแห่งหนึ่งที่คุณไม่ควรพลาด วัดจองคำตั้งออยู่ติดกับหนองจองคำ เงาของวัดที่สะท้อนอยู่บนผิวน้ำนั้นยิ่งทำให้วัดแห่งนี้มีเสน่ห์มากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะในยามค่ำคืนเมื่อมีแสงไฟสว่างไสว

ตัววัดนั้นสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2370 โดยชาวไทใหญ่หรือชาวชาน (จากรัฐชานของพม่า) ซึ่งมีจำนวนมากเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมดของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตัววัดมีสถาปัตยกรรมแบบพม่าที่โดดเด่น ด้วยเจดีย์ทรงเจ็ดชั้นที่มีการประดับตกแต่งด้วยเงินโดยรอบ

เมื่อคุณเดินอยู่ภายในตัววัดคุณจะได้เห็นภาพวาดอันเก่าแก่ที่แสดงถึงอดีตชาติของพระพุทธเจ้า ภาพเหล่านี้มีอายุกว่า 100 ปี และถูกนำมาจากพม่า อีกทั้งยังมีหุ่นตุ๊กตาไม้โบราณที่แกะโดยช่างฝีมือชาวท้องถิ่นด้วย

คุณสามารถเดินไปที่วัดได้หากว่าคุณพักอยู่ภายในตัวเมืองแม่ฮ่องสอน สาารถเข้าชมได้โดยไม่เสียค่าเข้า

เวลาเปิดปิดของวัด: ทางวัดเปิดเวลา 6:00น. ถึง 18:00น.  แต่คุณยังสามารถเข้าไปในเขตวัดได้หลังเวลาวัดปิดทำการ

จองคำและวัด, แม่ฮ่องสอน
จองคำและวัด, แม่ฮ่องสอน
วัดจองคำตอนกลางคืน
วัดจองคำตอนกลางคืน
พระพุทธรูปในวัดจองคำ
พระพุทธรูปในวัดจองคำ

หนองจองคำและสวนสาธารณะหนองจองคำ

ถ้าคุณอยู่ที่วัดจองคำแสดงว่าคุณอยู่ติดกับหนองจองคำ ที่นี่เเป็นหนองน้ำเล็กๆที่ถือเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมของแม่ฮ่องสอน มีสวนสาธารณะขนาดเล็กตั้งอยู่ด้านข้างที่ที่คุณสามารถเห็นผู้คนวิ่งจ็อกกิ้งไปมาได้ โดยเฉพาะในช่วงเช้า

บริเวณหนองจองคำนี้จะสวยสะดุดตาเป็นพิเศษในช่วงเย็นๆ ตลาดไนท์มาร์เก็ตที่ตั้งอยู่ใกล้ๆทำให้วัดดูสว่างไสว มีศาลาให้นั่งพักผ่อนหย่อนใจอยู่ติดกัน เด็กวัยรุ่นมักมารวมตัวกัน ทำให้ที่หนองน้ำนี้เป็นสถานที่ที่น่าสนใจในช่วงพระอาทิตย์ตก ฉันอยากแนะนำให้คุณหาอาหารเย็นทางในบริเวณนี้หรือไม่ก็มาเดินเล่นรอบๆหลังทานอาหาร

สวนสาธารณะจองคำติดทะเลสาบ
สวนสาธารณะจองคำติดทะเลสาบ
ศาลาริมทะเลสาบ
ศาลาริมทะเลสาบ

แม่ฮ่องสอนไนท์มาร์เก็ต

เช่นเดียวกับหลายๆเมืองของไทย แม่ฮ่องสอนเองก็มีไนท์มาร์เก็ตที่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของเมือง ไนท์มาร์เก็ตนี้ต้ังอยู่ติดกับหนองจองคำ ที่จริงดูเหมือนตลาดจะตั้งอยู่รอบๆหนองจองคำด้วยซ้ำ

ที่ตลาดนี้คุณสามารถหาซื้อภาพวาดสไตล์ย้อนยุค, เสื้อผ้าย้อนยุคแบบคนทางเหนือที่มีลายทอสีสดใสรวมถึงถุงผ้าและเครื่องใช้ในบ้านสไตล์เดียวกัน อีกฝั่งหนึ่งมีร้านขายอาหารตั้งเรียงรายอยู่มากมาย โดยมากเป็นอาหารไทย ฉันแทบจะไม่เคยเห็นร้านอาหารสไตล์ยุโรปอยู่ทางแถบนี้ของประเทศไทยเลย

ตลาดนี้เริ่มขายของหลังพระอาทิตย์ตกแต่ค่อนข้างปิดเร็วกว่าตลาดตามเมืองอื่นๆของไทย โดยปกติเมืองทั้งเมืองจะเงียบสงัดหลังเวลา 22:00น.

ตลาดโต้รุ่งแม่ฮ่องสอน
ตลาดโต้รุ่งแม่ฮ่องสอน
พ่อค้าแม่ค้าในตลาดโต้รุ่งแม่ฮ่องสอน
พ่อค้าแม่ค้าในตลาดโต้รุ่งแม่ฮ่องสอน

ชาวกะเหรี่ยงคอยาว

การเดินทางเที่ยวเที่ยวในเมืองไทยนั้น ทำให้ฉันมีโอกาสเห็นภาพถ่ายของผู้หญิงชาวเผ่ากะเหรี่ยงคอยาวอยู่หลายต่อหลายครั้ง ชาวเผ่านี้เป็นชาวเผ่าเล็กๆเรียกว่า ชาวกะยัน หรือชาวเผ่ากะเหรี่ยง ตั้งรกรากอยู่ทางตอนเหนือและทางตะวันตกของประเทศไทย ชาวบ้านทั้งหมดอพยพข้ามพรมแดนนมาจากประเทศพม่า

ผู้หญิงในหมู่บ้านนั้นมีความโดดเด่นจากการสวมเครื่องประดับคอที่ทำมาจากทองเหลือซึ่งทำให้คอของพวกเธอนั้นยาวขึ้น คอที่ยาวนั้นเป็นสัญลักษณ์แสดงความสวยของหญิงสาวชาวเผ่านี้ แต่เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เท่านั้นที่หมู่บ้านได้กลายมาเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยว

บริเวณภาคเหนือของไทยมีหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาวอยู่จำนวนหนึ่ง มีหนึ่งหมู่บ้านบนดอยอินทนนท์, ใกล้ปาย, 3-4 หมู่บ้านใกล้แม่ฮ่องสอนและที่อื่นๆอีก คุณสามารถเดินทางไปที่ห้วยปูแกงซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ห่างจากเมืองแม่ฮ่องสอนออกไปประมาณ 30 นาทีได้อีกด้วย

โดยปกติคุณต้องเสียค่าเข้าหมู่บ้าน (ประมาณ 100-200 บาท) ซึ่งไม่รวมค่าบริการอย่างอื่นเลย คุณเพียงแค่สามารถเข้าไปเดินภายในหมู่บ้านได้อย่างอิสระ และขึ้นอยู่กับมู่บ้านที่คุณไป บางหมู่บ้านอาจมีร้านอาหาร, ร้านขายของทำมือ, เครื่องนุ่งห่ม และร้านขายของที่ระลึกที่แสดงถึงวิถีชีวิตและการเป็นอยู่ของคนชาวเผ่า

คุณสามารถพอจะต่อรองราคาเวลาซื้อของได้บ้าง ฉันคิดว่าราคาสินค้านั้นค่อนข้างสูง ในขณะที่การได้เห็นหญิงสาวเหล่านี้นั้นน่าตื่นเต้น แต่สำหรับฉันแล้วกลับรู้สึกได้ถึงความเย็นชาและไม่เป็นอยากต้อนรับ แต่ทุกคนอาจรู้สึกไม่เหมือนกัน

เยี่ยมชมหมู่บ้านชนเผ่าคอยาว
เยี่ยมชมหมู่บ้านชนเผ่าคอยาว

น้ำพุร้อน

ถ้าคุณขับรถดั้นด้นมาจนถึงแม่ฮ่องสอนแล้วละก็ ฉันมั่นใจว่าคุณต้องสังเกตุเห็นว่าระหว่างทางมีน้ำพุร้อนและน้ำพุไกเซอร์อยู่หลายแห่ง แต่คุณไม่สามารถลงไปแช่น้ำได้ทุกที่ที่คุณเห็น บ่อน้ำพุร้อนแต่ละแห่งนั้นมีอุณหภูมิแตกต่างกันไปแล้วแต่บ่อและคุณต้องลงไปเล่นเฉพาะบ่อที่อุณหภูมิไม่สูงเกินไปเท่านั้น น้ำพุไกเซอร์นั้นมีอุณหภูมิสูงเกินไปหรือมีอุณหภูมิที่คงที่พอที่จะลงไปเล่นน้ำ

น้ำพุร้อนผาบ่องเป็นที่ที่คุณสามารถเดินทางไปได้ อยู่ทางใต้ของแม่ฮ่องสอน ห่างออกไป 10 กิโลเมตร ลักษณะน้ำพุคล้ายที่อาบน้ำสาธารณะที่มีสระอยู่ระหว่างกลาง มีคนไม่มาก คุณสามารถเลือกได้ว่าอยากลงไปแช่ในบ่อสาธารณะ, อาบน้ำแร่, นวดแผนไทย หรือเช่าอ่างส่วนตัว

ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 10 บาทต่อคนสำหรับการลงไปแช่ในบ่อสาธารณะ และมีราคาสูงขึ้นสำหรับการบริการพิเศษอื่นๆ คุณทำได้แม้กระทั่งการตั้งเต้นท์ในบริเวณนั้นในราคา 100 บาทหรือเช่าห้องพักในราคาเริ่มต้น 500 บาท

สำหรับความสะดวกสะบายที่เพิ่มขึ้นเพื่อคนที่มากับครอบครัว คุณสามารถไปพักที่ภูโคลนคันทรีคลับในทางตอนเหนือของบ้านรักไทย ทางที่พักมีบ่อโคลนและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆที่คุณสามารถซื้อเพิ่มได้หากคุณต้องการ ค่าเข้าน้ำพุร้อนอยู่ที่ 60 บาทต่อคน

ในกรณีที่คุณกำลังเที่ยวอยู่ที่ปาย คุณสามรถแวะที่บ่อน้ำพุร้อนทรายงามได้ ไม่เสียค่าเข้า เพียงแค่คุณเตรียมเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนไปด้วย ฉันมั้นใจว่าการแช่น้ำพุจะทำให้คุณผ่อนคลายและเตรียมตัวสำหรับการขับรถในวันต่อไปได้ดี

น้ำพุร้อนไทรงาม
น้ำพุร้อนไทรงาม

สะพานไม้ไผ่สูตองเป้

สะพานไม่ไผ่สูตองเป้นั้นเป็นสะพานไม่ไผ่ที่ยาวที่สุดในประเทศไทยและทำมาจากไม้ไผ่สานทั้งหมด ตัวสะพานนั้นทอดยาวไปบนทุ่งข้าวและลำคลอง สะพานแห่งนี้จะยิ่งมีความสำคัญในฤดูฝนเมื่อทุ่งนาต่างๆมีน้ำท่วมขังเต็ม

ถ้าหากคุณเป็นคนตื่นเช้า คุณจะได้เห็นพระสงฆ์ห่มผ้าเหลืองเดินบิณฑบาตในหมู่บ้าน สะพานแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อให้พระสงฆ์สามารถเดินข้ามทุ่งนาได้อย่างสะดวก

หากว่าคุณเคยไปสะพานไม้ไผ่ปายแล้ว คุณอาจข้ามที่นี่ไปได้ เพราะว่าให้อารมณ์เหมือนๆกัน เนื่องจากว่าที่นี่นั้นอยู่ถัดจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนออกไปอีก (10 กิโลเมตร) คุณจึงสามารถแวะที่นี่ก่อนที่คุณจะเดินทางไปปางอุ๋ง, บ้านรักไทย หรือแวะก่อนได้หากคุณเดินทางมาจากปาย

ที่นี่ไม่ต้องเสียค่าเข้าชม คุณสามารถแวะไปได้ตอดเวลาตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก

สะพานไม้ไผ่ซูตองเป้
สะพานไม้ไผ่ซูตองเป้

อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสือ

ที่นี่ถือเป็นถ้ำที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งรองจากถ้ำน้ำลอด แต่ฉันคงไม่ต้องบรรยายถึงลักษณะพิเศษอะไรมาก ถ้ำปลานั้นแปลได้ตามตัวเลยคือหมายถึง “ถ้ำของปลา”เพราะฉะนั้นที่นี่เป็นถ้ำที่ก่อตัวขึ้นตามธรรมชาชิ เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของปลาจำนวนมากและมีปลาขนาดใหญ่มากมาย

ถ้ำนี้เป็นส่วนหนึ่งของ อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสือ นอกจากถ้ำปลาแล้ว ยังมีน้ำตกผาเสือที่คุณควรต้องแวะไประหว่างทาง เส้นทางก่อนถึงที่นี่นั้นสวยงามจนคุณแทบลืมหายใจ สะพานไม่ไผ่สูตองเป้นั้นก็ตั้งอยู่ไม่ไกลจากที่นี่

ค่าเข้าชมถ้ำปลา: ตั๋วเข้าถ้ำปลาราคา 50 บาทสำหรับคนไทย และ 100 บาทสำหรับชาวต่างชาติ ค่าเข้านี้รวมค่าเข้าน้ำตกผาเสือและปางอุ๋งแล้ว

ปลาขนาดใหญ่ในถ้ำปลา
ปลาขนาดใหญ่ในถ้ำปลา
น้ำพุร้อนไทภายในอุทยานแห่งชาติถ้ำปลารงาม
ภายในอุทยานแห่งชาติถ้ำปลา
น้ำตกผาเสือ
น้ำตกผาเสือ

พระตำหนักปางตอง

ที่นี่ไม่ใช่ที่อยู่ของเชื้อพระวงศ์แต่อย่างใด หากแต่มีลักษณะเหมือนฟาร์มมากกว่า คุณจะมองเห็นป้ายบอกทางมายังพระตำหนักนี้ในระหว่างทางไปปางอุ๋งและบ้านรักไทย ที่นี่เห็นหนึ่งในโครงการหลวงที่มีอยู่มากมายในเมืองไทย

เมื่อคุณเข้าไปภายในคุณจะได้เห็นสวนดอกไม้หลากหลายสีสัน, ฟาร์มในเรือนกระจก และพื้นทีสำหรับเลี้ยงสัตว์ คุณสามารถหยุดแวะตามศาลาต่างๆเพื่อลงเดินสำรวจพื้นที่ แต่ที่นี่กว้างใหญ่มาก การขับรถสำรวจไปรอบๆนั้นเหมาะกว่า นอกจากนี้คุณยังสามารถเห็นแกะนับสิบๆตัว, ม้าที่กำลังแทะเล็มหญ้าในทุ่งอย่างมีความสุขได้อีกด้วย

ภายในพระตำหนักมีโรงแรมและพื้นที่ให้พักอยู่  2-3 แห่ง ฉันไม่แน่ใจว่าทั้งหมดเปิดให้นักท่องเที่ยวจองได้หรือไม่ และถ้าหากว่าทำได้ ก็ทำได้ในช่วงฤดูท่องเที่ยวเท่านั้น ฉันคิดว่าใช้เวลาที่นี่ประมาณ 1 ชั่วโมงกำลังพอดี ที่นี่ไม่เสียค่าเข้า

ทางเข้าปางตอง
ทางเข้าปางตอง
แกะกินหญ้าในโครงการหลวง
แกะกินหญ้าในโครงการหลวง

ปางอุ๋ง

ที่นี่คืออีกหนึ่งโครงการหลวงนอกเหนือจากพระตำหนักปางตอง ในหลวงรัชกาลที่ 9 และพระราชินีได้พัฒนาพื้นที่แห่งนี้ขึ้นโดยสร้างอ่างเก็บน้ำและสนับสนุนให้ชาวบ้านในท้องถื่นทำสวนเช่นปลูกอะโวคาโด้หรือแพร์ ทุกวันนี้สถานที่นี้รู้จักกันในนาม “สวิสเซอร์แลนด์แห่งประเทศไทย”

โดยปกติแล้วที่นี่จะเงียบสงบแม้กระทั่งในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ มีคนอยู่ไม่มากและอุณหภูมิลดต่ำลงน้อยกว่า 10 องศาเซลเซียสในช่วงหน้าหนาว มีบริเวณตั้งแคมป์ที่เปิดให้คนทั่วไปเข้าไปใช้บริการได้

นอกจากนี้ที่นี่ยังมีห้องให้เช่าพักได้ตั้งอยู่ตรงข้ามอ่างเก็บน้ำแต่คุณไม่สามารถจองทางออนไลน์ได้ ต้องโทรสอบถามกับทางที่พักโดยตรงได้เท่านั้น มีแพไม้ไผ่ให้บริการในราคา 150 บาทต่อชั่วโมง ฉันแนะนำให้คุณลองหากคุณไม่เคยขึ้นแพไม้ไผ่มาก่อน

ปางอุ๋งโครงการหลวงใกล้บ้านรักไทย
ปางอุ๋งโครงการหลวงใกล้บ้านรักไทย
ล่องแพไม้ไผ่ปางอุ๋ง
ล่องแพไม้ไผ่ปางอุ๋ง

บ้านรักไทย

ที่นี่คือสถานที่ที่ฉันชอบมากที่สุดไทยประเทศไทย บ้านรักไทยเป็นหมู่บ้านเล็กๆที่ก่อตั้งโดยชาวยูนานที่ย้ายถิ่นฐานมาจากจีนในช่วงที่คอมมูนิสต์เรืองอำนาจ หมู่บ้านนี้มีอีกชื่อหนึ่งคือ “แม่อาว”และมีสำเนียงการพูดออกไปทางสำเนียงจีน ตั้งอยู่ตรงชายแดนระหว่างไทย – พม่า

ในหมู่บ้านมีจุดศูนย์กลางเป็นทะเลสาปและมีบ้านเรือนตั้งอยู่รอบๆ ที่นี่มีคนอาศัยอยู่น้อยจนอาจมีคนจำหน้าคุณได้ถ้าคุณไปพักอยู่นี่นั้นมากกว่า 3-4 วัน โดยปกติแล้วอุณภูมิช่วงหน้าหนาวจะลดต่ำลงน้อยกว่า 10 องศาเซลเซียส (อาจต่ำถึง 3-4 องศาเซลเซียส)

หากคุณอยู่ในแม่ฮ่องสอน อย่าพลาดที่นี่เป็นอันขาด บ้านรักไทยนั้นยังมีผลิตภัณฑ์ชาที่เยี่ยมยอดที่ปลูกและขายโดยชาวบ้านที่นี่ เราพักอยู่ที่นี่เป็นเวลา 2 วัน ตัวฉันเองนั้นกลับออกมาจากหมู่บ้านด้วยความรู้สึกว่าฉันสามารถอยู่ต่อได้อีกเป็นเดือน เข้าไปอ่านบล็อกการเดินทางสู่หมู่บ้านรักไทยของเราได้

ทะเลสาบบ้านรักไทย แต่เช้า
ทะเลสาบบ้านรักไทย แต่เช้า
พายเรือในทะเลสาบบ้านรักไทย
พายเรือในทะเลสาบบ้านรักไทย
สวนชาที่ลีไวน์รีสอร์ท
สวนชาที่ลีไวน์รีสอร์ท

น้ำตกแม่สุรินทร์

สถานที่ต่อไปอยู่อีกฝั่งของแม่ฮ่องสอนระหว่างทางที่คุณเดินทางไปสู่แม่สะเรียง คุณต้องแวะที่นี่ให้ได้ น้ำตกนี้มีความสูงชันมาก และถึงแม้ว่าคุณอาจเคยเห็นน้ำตกในไทยมาแล้วหลายที่ น้ำตกนี้ก็ยังสามารถทำให้คุณประทับใจได้ นอกเสียจากว่าคุณจะมาที่นี่ในช่วงหน้าร้อน

ค่าเข้าชมอุทยานแห่งชาตินั้นอยู่ที่ 40 บาทสำหรับผู้ใหญ่ และ 20 บาทสำหรับเด็ก ถ้าหากคุณเที่ยวในเส้นทางวงแหวนแม่ฮ่องสอนและอยากหาที่แวะพัก ฉันขอแนะนำให้คุณแวะที่นี่

น้ำตกแม่สุรินทร์
น้ำตกแม่สุรินทร์

ทุ่งดอกบัวตอง

ถัดออกมาจากน้ำตกแม่สุรินทร์เล็กน้อย คุณจะได้เห็นทุ่งดอกไม้สีเหลืองอันกว้างใหญ่ไพศาลสุดลูกหูลูกตาซึ่งควรไม่ควรพลาดเด็ดขาดหากคุณเป็นคนชอบถ่ายภาพ ทุ่งดอกไม้นี้เต็มไปด้วยดอกบัวตอง ดอกบัวตองมีแหล่งกำเนิดในประเทศเม็กซิโก แต่คุณสามารถพบเห็นได้ในบางพื้นที่ของประเทศไทยด้วย

ในขณะที่ทุ่งดอกไม้นี้มีความสวยงาม แต่บางครั้งมันก็เป็นผลเสียกับความสมดุลย์ของระบบนิเวศน์วิทยา เพราะฉะนั้นการปลูกดอกไม้ชนิดนี้จึงอยู่ภายใต้การดูแลอย่างเข้มงวด วิวที่นี่นั้นสวยงามอย่างไม่น่าเชื่อ น่าเสียดายว่าคุณสามารถเห็นมันได้เฉพาะในหน้าหนาวเท่านั้น เพราะฉะนั้นคุณอาจต้องข้ามที่นี่ไปหากคุณมาในหน้าอื่น

ทุ่งบัวทอง
ทุ่งบัวทอง

ควรพักที่ไหนในแม่ฮ่องสอน

ถ้าคุณอยากเที่ยวรอบๆเมืองหรืออย่าเดินไปเที่ยวตามที่ต่างๆ ฉันอยากแนะนำให้คุณพักในตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ตัวเมืองมีขนาดเล็กเพราะฉะนั้นคุณจึงสามาารถพักบริเวณไหนก็ได้ จะยิ่งดีถ้าคุณนั่งเครื่องบินมาลงที่แม่ฮ่องสอน

นี่คือโรงแรมราคาประหยัดในเมืองแม่ฮ่องสอน: Good View 2019 (Hostel), B2 Mae Hong Son Premier HotelBoondee HouseSarm Mork Guest House

ด้านนอกเมืองเองก็มีโรงแรมอยู่บ้าง ฉันคิดว่าการหาที่พักที่เงียบสงบและมีความเป็นส่วนตัวนั้นเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยม แต่คุณต้องมีรถสำหรับเดินทางเอง อีกทั้งอาหารการกินด้านนอกเมืองก็ค่อนข้างมีตัวเลือกให้น้อย แต่ตามโรงแรมก็มักจะมีร้านอาหารให้บริการ

เข้าไปดูรีสอร์ทด้านนอกเมืองแม่ฮ่องสอนได้: Fern ResortBanviewnam Camping & ResortBanphumontalang resort

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดทำหรับการไปเที่ยวแม่ฮ่องสอน

เวลาที่ดีทีสุดสำหรับการไปเที่ยวแม่ฮ่องสอนและบริเวณใกล้เคียงนั้นแน่นอนว่าต้องเป็นหน้าหนาว (พฤศจิกายน – ปลายดือนมกราคม) เพราะเป็นช่วงที่อากาศดี และอาจหนาวในบางวัน ท้องฟ้าสดใส มีดอกไม้แบ่งบานตามสถานที่ต่างๆและทุ่งนาที่เพิ่งผ่านฤดูเก็บเกี่ยว คุณควรต้องพกเสื้อผ้ากันหนาวติดตัวไปด้วย ถ้าหากว่าคุณขับรถ คุณควรสวมเสื้อกันหนาวอุ่นๆมากกว่าสวมแค่เสื้อแขนยาว

หน้าฝนนั้นก็สวยแต่ฉันไม่แนะนำให้ขับรถช่วงหน้าฝนด้วยตัวเอง เพราะถนนนั้นอันตราย อีกทั้งฝนยังเป็นตัวขัดขวางแผนการเที่ยว โดยเฉพาะถ้าคุณวางแผนที่จะไปเดินป่าหรือเดินถ้ำในบริเวณนั้น

หน้าร้อนเป้นช่วงเวลาที่แย่ที่สุดสำหรับการเที่ยว ไฟป่าเกิดขึ้นได้บ่อยในบริเวณภาคเหนือของไทย อีกทั้งยังมีโอกาสที่คุณจะเป็นไข้แดดได้หากคุณอยู่กลางแจ้งในตอนกลางวันเป็นเวลานานๆ

วิวพระอาทิตย์ตกชัดเจนในวันฤดูหนาว
วิวพระอาทิตย์ตกชัดเจนในวันฤดูหนาว

บทความที่เกี่ยวข้อง


Spread the love
Snigdha Jaiswal
snigdha220491@gmail.com
No Comments

Post A Comment